RSS

วิกฤติถุงผ้า: การแก้ปัญหาโลกร้อนแบบไทยๆ

28 พ.ค.

ปัจจุบันนี้ดูเหมือนว่าปัญหาโลกร้อนนั้นอยู่ใกล้ตัวคนไทยมากขึ้น
ดังจะเห็นได้จากการที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างหันมาร่วมกันรณรงค์ปัญหาดังกล่าว
ซึ่งก็มีทั้งที่เกิดจากเจตนาดีที่อยากจะลดปัญหาจริงๆ และก็มีทั้งที่ทำไปเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ
อย่างไรก็ดีทั้งหมดนี้ก็ล้วนทำให้คนในสังคมได้ทราบถึงภัยร้ายที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์นั่นเอง

การรณรงค์ให้หันมาใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกนั้น
ก็ถือได้ว่าเป็นวิธีการแก้ปัญหาโลกร้อนที่ดีและทำได้ง่ายวิธีหนึ่ง
ซึ่งหลายๆคนก็หันมาใช้ถุงผ้ากันเป็นที่เรียบร้อย
จนบัดนี้ก็ได้กลายเป็นแฟชั่นไปแล้ว
แต่ในความเป็นจริงดูเหมือนว่า
เจตนาที่ใช้ถุงผ้าเพื่อลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกนั้นได้ถูกลืมเลือนไป
หลายคนเลือกไปช็อปปิ้งพร้อมกับถุงผ้า แต่ไม่ได้เข้าใจถึงเจตนาของถุงผ้าที่ใช้อยู่

ยกตัวอย่างเช่น น้องแดง(นามสมมติ) เลือกไปช็อปที่พารากอนกับเพื่อนๆแก็งค์ถุงผ้าลดโลกร้อน
น้องแดงและผองเพื่อนก็เดินช็อปไปเรื่อย
จนกระทั่งน้องแดงได้สินค้าที่ต้องการแล้ว ก็ตรงไปยังแคชเชียร์เพื่อชำระเงิน
พนักงานก็บรรจุสินค้าลงในถุงพลาสติกของทางร้าน
แล้วน้องแดงก็รับถุงสินค้านั้นใส่ลงในถุงผ้าอย่างภูมิใจ(ที่ได้ใช้ถุงผ้า)
จากนั้นก็ช็อปต่อไป
จนกระทั่งถึงซุปเปอร์มาร์เก็ต ก็ซื้อของใช้ต่างๆ มากมาย
และพนักงานที่แคชเชียร์ก็บรรจุของใช้ต่างๆ เหล่านั้นลงในถุงพลาสติกของทางร้าน(อีกเช่นกัน)
น้องแดงก็รับถุงพลาสติกจากพนักงาน ใส่ลงในถุงผ้าอย่างภูมิใจ(อีกเช่นเคย)
แล้วน้องแดงก็นึกได้ว่า วันนี้มีนิตยสารที่ซื้อเป็นประจำวางจำหน่าย
จึงรีบตรงไปยังร้านหนังสือ เพื่อรีบจับจองเป็นเจ้าของก่อนใคร
ด้วยความที่น้องแดงเป็นคนรักหนังสือมาก จึงห่อถุงพลาสติกที่พนักงานบรรจุนิตยสารนั้นไว้เป็นอย่างดี
ก่อนที่จะนำใส่ลงในถุงผ้าประจำกาย(ด้วยความภาคภูมิใจอีกเช่นกัน)
และแล้วก็ถึงเวลากลับบ้าน ระหว่างทางเข้าบ้านนั้น ฝนดันตกลงมาอย่างไม่คาดฝัน
ด้วยความที่กลัวว่าถุงผ้าประจำกายจะเปียก น้องแดงจึงนำถุงพลาสติกที่ได้จากการช็อปในวันนี้
มาห่อหุ้มถุงผ้าแสนรักไว้ แล้วก็ขึ้นรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง เพื่อตรงสู่บ้านแสนรักอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงบ้านน้องแดงก็รู้สึกว่า ช่างโชคดีเสียจริงที่มีถุงพลาสติกใบโตสามารถใส่ถุงผ้าได้พอดี
ไม่เช่นนั้นแล้วป่านนี้ถุงผ้าก็คนเปียกปอนไม่เป็นท่า

เมื่อได้อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วคุณรู้สึกเช่นไรครับ
ถ้าคุณเคยทำเช่นเดียวกันกับน้องแดง ก็ถือว่าไม่ได้ผิดอะไรร้ายแรงหรอกครับ
เพียงแค่ผิดเจตนาของถุงผ้าเท่านั้นเอง
ผมคิดว่าการใช้ถุงผ้านั้น ควรใช้ เพื่อลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกลงนะครับ
ถ้าคุณใช้ถุงผ้าแล้วยังคงรับถุงพลาสติกจากพนักงานอยู่ แล้วจะใช้ถุงผ้าไปทำไมล่ะครับ

โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน ผมคิดว่าควรจะหันมาใช้กระเป๋าพลาสติกที่สามารถกันน้ำได้แทนถุงผ้า
พอเวลาที่ซื้อของ คุณก็ยื่นกระเป๋าของคุณให้กับพนักงานเพื่อใส่สินค้าลงในนั้น
หากคุณต้องการให้ของที่คุณซื้อไม่กระจัดกระจายในกระเป๋า
ทีนี้คุณค่อยนำถุงผ้าที่มีมา ยื่นให้พนักงานแต่ละร้านเพื่อบรรจุของ แล้วก็ใส่ในกระเป๋าของคุณทีเดียว
หรือคุณอาจจะเลือกใช้วิธีอื่นๆ ก็ตามแต่ความพอใจของแต่ละท่านครับ

ขอเพียงว่า ช่วยกันปฏิเสธการรับถุงพลาสติกจากพนักงานในห้างสรรพสินค้า กันนะครับ
อย่ามัวแต่คิดแค่ว่า ฉันใช้ถุงผ้าก็พอแล้วกับการแก้ปัญหาโลกร้อน แต่กลับลืมเจตนาที่แท้จริงของการใช้ถุงผ้าไปนะครับ

..พลาสติกคือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ในสมัยก่อนคิดค้นขึ้นเพื่อให้ความเป็นอยู่ของมนุษย์สะดวกสบายขึ้น
แต่ในความสะดวกสบายดังกล่าวได้สร้างภัยอันร้ายแรงให้กับคนรุ่นหลังเนื่องมาจาก การที่พลาสติกนั้นย่อยสลายได้ยาก..
..และในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ก็พยายามคิดค้นพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายขึ้นโดยการใช้วัสดุจากธรรมชาติ
แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีภัยใดตามมาอีกหรือไม่ในอนาคตข้างหน้า ถ้ามนุษย์สามารถผ่านพ้นวิกฤติโลกร้อนไปได้..

ที่มารูปภาพ www.prachatai.com

 
4 ความเห็น

Posted by บน วันพุธ, พฤษภาคม 28, 2008 in Global Change

 

ป้ายกำกับ: , ,

4 responses to “วิกฤติถุงผ้า: การแก้ปัญหาโลกร้อนแบบไทยๆ

  1. isamaremag

    วันจันทร์, มิถุนายน 2, 2008 at 4:39 PM

    🙂
    ตอนนี้ใช้พลาสติกน้อยลงแล้วคะ

     
  2. info bloggoo

    วันอังคาร, มิถุนายน 10, 2008 at 5:52 PM

    Bloggoo (www.bloggoo.com) เว็บบล็อกที่ให้บริการ Google Adsense แห่งแรกของไทย
    การใช้งานสไตล์ WordPress กับเครื่องมือใช้งานที่มีมากมาย เปิดให้เข้ามาใช้บริการได้แล้ว
    ช่วยกันสนับสนุนเว็บของคนไทยด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
    หาก Comment นี้รบกวน หรือส่งซ้ำ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย.

     
  3. udom

    วันอังคาร, มิถุนายน 24, 2008 at 4:56 PM

    อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดการใช้พลังงานลงได้นอกจากการลดการปฏิเสธการรับถุงพลาสติกแล้ว แค่ลดจำนวนครั้งในการซื้อสินค้า ก็ช่วยได้อีกทางหนึ่งครับ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ ก็ใช้จนกว่าจะไม่คุ้มค่าซ่อมแล้วค่อยซื้อใหม่ ไม่ใช่ซื้อเพราะเครื่องตกรุ่นไปแล้ว เป็นต้น

    ประเด็นที่เจ้าของ blog เขียนมา ก็เป็นอีกมุมมองที่เห็นกันอยู่ นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการผลิตถุงผ้ากันพร่ำเพรื่อกันจนเกินไป เพราะบางครั้งถุงผ้า หรือกระเป๋าพลาสติก แต่ละบ้านก็มีอยู่แล้ว แค่หยิบมาซัก ปัดฝุ่นก็ใช้ได้แล้ว ไม่ต้องเสียพลังงานในการผลิตขึ้นใหม่ เป็นต้น

     
  4. toeflthailand

    วันพฤหัส, มิถุนายน 26, 2008 at 5:56 PM

    ร่วมเห็นเหมือนและเห็นต่างด้วยนะครับ
    หากระบบการจัดการนำพลาสติกกับมาใช้มีประสิทธิภาพที่
    ค่อนข้างดีการใช้ถุงพลาสติกอาจจะช่วยเรื่องการประหยัด
    พลังงาน มากกว่าถุงผ้าที่ต้องซักและหากรณรงค์เพื่อให้
    บริษัททั้งหลายออก “ขยะ” ถุงผ้ามาให้เราเก็บไว้ที่บ้านเฉยได้มากครับ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: